สื่อรายงาน โอลิมปิก ชิงที่5!ลียงเตรียมเปิดบ้านฟัดเดือดรับแร็งส์

UFAX10

สื่อรายงาน โอลิมปิก ลียง มี 40 แต้มรั้งอันดับ 7 เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ สต๊าด เดอ แร็งส์ ทีมอันดับ 5 ที่มีอยู่ 41 แต้ม อาจหมายความว่าหาก ลียง คว้าชัยก็จะแซงขึ้นไปแทนที่ แร็งส์ ทันที ในศึกฟุตบอล ลีก เอิง ฝรั่งเศส วันศุกร์ที่ 13 มี.ค. ศกนี้

UFAX10

สื่อรายงาน โอลิมปิก ลีกฟุตบอลอาชีพแห่งฝรั่งเศส (แอลแอฟเป) แถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ทุกแมตช์ในลีก เอิง และ ลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส รวมถึงโปรแกรมเตะของทีมชาติฝรั่งเศส จะปิดสนามแข่งขันไปจนถึงวันพุธที่ 15 เมษายนนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ”โควิด-19” ที่ประเทศ ฝรั่งเศส

รูดี้ การ์เซีย เทรนเนอร์ลียงวัย 56 ปี นำทีมแพ้ 2 นัดซ้อน หลังจากพ่ายนัดเยือน ลีลล์ รองแชมป์เก่า 0-1 ที่ สต๊าด ปิแอร์-โมรัว ในลีก เอิง นัดที่ 28 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม

เกมนี้ทีมได้ แฟร์นานโด มาร์ซาล แบ็กซ้ายบราซิลพ้นโทษแบน 1 นัด

ขณะที่ เมมฟิส เดอปาย กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ กัปตันทีมบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าซ้าย, เจ๊ฟฟ์ ไรน์-อเดเลด มิดฟิลด์วัย 22 ปี เข้ารับการผ่าตัดที่เอ็นหัวเข่าขวา หมดสิทธิ์กลับมาลงเล่นในฤดูกาลนี้แล้ว

ดาวิด กีญง เทรนเนอร์แร็งส์วัย 52 ปี นำทีมไม่แพ้ 4 นัดซ้อน (ชนะ 2, เสมอ 2) โดยผลงานล่าสุดทีมเปิด สต๊าด โอกุสต์ เดอโลน เชือด แบรสต์ 1-0 ในลีก เอิง นัดที่ 28 เมื่อคืนวันเสาร์ 7 มีนาคม

ทีมจะไม่มี กิสแล็ง โกน็อง แบ็กซ้ายไอวอรี่โคสต์ ติดโทษแบน 1 นัด โดยอัตโนมัติ หลังจากเขาโดนไล่ออกในเกมล่าสุด

ส่วน อั๊กเซล ดีซาซี่ เซนเตอร์แบ็ก, บูลาย เดีย กองหน้า, อนาสตาซิออส โดนิส หัวหอกกรีซ บาดเจ็บ, มาติเยอ กาฟาโร่ กับ ซาเวียร์ ชาวาเลอแร็ง สองมิดฟิลด์ไม่ฟิต, ไคจ์ เซียร์เอาส์ กองหน้าชาวดัตช์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อ

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sportsky88.com

ข่าวกีฬา ทะลุจุดเดือด

ข่าวกีฬา ทะลุจุดเดือด ย้อนรอย “5 เหตุการณ์” ปะทะกันระหว่างแข้งดังกับแฟนบอล

UFAX10

ข่าวกีฬา ทะลุจุดเดือด หลังจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยการแพ้ลูกโทษต่อ นอริช ซิตี้ ในเกมที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์ฮือฮาขึ้นเมื่อ เอริค ดายเออร์ ได้ปรี่ขึ้นไปบนอัฒจรรณ์ฝั่งทีมตัวเองเพื่อไปเอาเรื่องที่คนในครอบครัวโดนต่อว่า

แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างแฟนบอลกับนักเตะที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และเมื่อเทียบกับ 5 เหตุการณ์ต่อไปนี้เรื่องของดายเออร์อาจจะดูเด็กๆไปเลย

เมมฟิส เดอปาย (2019)

ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มปีที่แล้ว แม้ ลียง จะสามารถเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายหลังเสมอกับ อาร์แบ ไลป์ซิก 2-2 แต่ก็ยังมีคนที่ไม่พอใจอยู่ดี

มีแฟนบอลได้ลงมาในสนามพร้อมป้ายขับไล่ มาร์เซโล ที่ทำเป็นรูปลา เรื่องนี้ได้ทำให้ เดอปาย โมโหเป็นอย่างมากจึงได้ไปวิ่งไปไล่กลุ่มคนเหล่านั้นแต่โชคดีที่ไม่ได้มีการลงไม้ลงมือที่รุนแรงตามมา

​เจมี คาร์ราเกอร์ (2002)

ในเกมเอฟเอ คัพ ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซนอล หลังจากที่ เดนิส เบิร์กแคมป์ ได้ใบแดงจากการไปเข้าบอลหนักใส่ คาร์ราเกอร์ ก็มี กูนเนอร์ส รายหนึ่งโยนเหรียญลงมาใส่เขา

คาร์ร่าโมโหเป็นอย่างหนักก่อนจะโยนเหรียญกลับไปใส่กลุ่มแฟนบอลที่ทำให้เขาโดนปรับ 40,000 ปอนด์และโดนแบน 3 เกม ก่อนจะออกมาขอโทษในภายหลัง

เคร็ก เบลลามี (2009)

หลังเกมดาร์บี้แมตช์ที่ ไมเคิล โอเวน ยิงในช่วงนาทีที่ 96 ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-3 ก็ได้มีหนึ่งในแฟนบอลปีศาจแดง อย่าง เจค คลาร์ก วิ่งลงมาในสนาม

หลังฉลองได้ไม่นาน คลาร์กก็โดนการ์ดรวบอย่างรวดเร็ว แต่ก็เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเบลลามีที่กำลังหัวเสียก็ได้หวดหมัดเข้าหน้าเขาอย่างจัง

แต่ก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เบลลามีไม่โดนโทษอะไรเลย ส่วนเจ้าหนุ่มคลาร์กก็โดนแบนไป 3 ปี

ปาทริซ เอฟรา (2017)

​ระหว่างวอร์มอัพก่อนเกมยูโรป้า ลีก เอฟราโดนแฟนบอลของตัวเองพ่นถ้อยคำผรุสวาทด่าอย่างหยาบคาย จนทนไม่ไหวและได้ปรี่เข้าไปเตะจนเป็นข่าวโด่งดัง

จากเรื่องนี้ เอฟราก็ได้โดนโทษปรับ 10,000 ปอนด์ พร้อมโทษแบนก่อนจะตัดสินใจยกเลิกสัญญากับ โอลิมปิก มาร์กเซย ในที่สุด

เอริค คันโตนา (1995)

เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างนักเตะกับแฟนบอลหากไม่มี “ตำนานกังฟูคิก” ของคันโตนาก็คงไม่สมบูรณ์นัก

โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 1995 เมื่อคันโตนาได้วิ่งไปยังอัฒจันทร์และกระโดดเตะแฟนบอลคริสตัล พาเลซ หลังโดนด่าพ่อล้อแม่อย่างหนัก

แม้เขาจะโดนแบนกว่า 9 เดือน แต่ “คิง ก็องโต้” ก็ไม่เคยเสียใจในเรื่องนี้ พร้อมยังยกว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดระหว่างค้าแข้งอีกต่างหาก

ขอบคุณข่าว : https://www.sanook.com/
สนใจสมัคร ติดต่อ : https://www.sportsky88.com/

ผิดพลาด=ถูกลงโทษ

ผิดพลาด=ถูกลงโทษ 

ผิดพลาด=ถูกลงโทษ 

ผิดพลาด=ถูกลงโทษ มันเป็น 2 สัปดาห์ที่เจ็บปวดจริงๆ นะครับ โดน วัตฟอร์ด หยุดสถิติไร้พ่าย, ตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือ เชลซี และล่าสุดอกหักจากฟุตบอลยุโรป โดย แอตเลติโก มาดริด

อารมณ์คงเหมือนโดนคนที่คุยด้วยทิ้งพร้อมกันทีเดียว 3 คน อะไรประมาณนั้น

มองลึกๆ แล้ว เกมนี้ถือเป็นเกมคุณภาพ เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่มีขึ้นและมีลง ซึ่งบั้นปลาย 120 นาทีที่ แอนฟิลด์ มันไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ ลิเวอร์พูล ต้องการ

โจทย์แรกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ สั่งลูกทีมคือครองเกมบุก เก็บบอลให้ได้ เสียบอลแล้วต้องแย่งคืนกลับให้ไว

ทุกอย่างที่ว่ามาทุกคนทำได้ดีหมด 45 นาทีแรก รูปเกมตกเป็นของทีมเจ้าถิ่น

นายใหญ่ผู้ไม่เคยพา ลิเวอร์พูล แพ้บอลยุโรปรอบน็อกเอาท์ แบบเหย้า-เยือน สองเกมติด วางหมากโจมตีทางริมเส้น ซึ่งเน้นทางกราบขวา

ทั้ง  อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ผลัดกันครอสกดดันจนแนวรับของทีมเยือนพอมียุบให้เห็น และทำสำเร็จก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาทีจากลูกโขกของ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม

แน่นอนประตูนี้เป็นเหมือนกุญแจที่ปลดล็อกความเสียเปรียบที่ถูก “ตราหมี” ทำไว้ที่ ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ครึ่งหลังพอวาดฝันขอรูปเกมแบบเดิม โอกาสเข้ารอบ 8 ทีมคงไม่เกินที่หวังไว้

45 นาทีหลัง รูปเกมถอดแบบมาจากเดิม ซึ่ง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเขี้ยว มองว่าสกอร์ที่ตามหลัง 0-1 ไม่ได้ถือว่าทีมเสียเปรียบ แต่สิ่งที่ทีมของตัวเองกำลังตกเป็นรองอยู่คือรูปเกม

เทรนเนอร์อาร์เจนไตน์ เลือกถอด ดีเอโก้ คอสต้า ตั้งแต่นาที 56 แล้วเติมผู้เล่นมิดฟิลด์ อย่าง มาร์กอส ยอเรนเต้ เพื่อวิ่งไล่บดบี้กับผู้เล่นเจ้าถิ่น

ถึงแม้ ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายครองบอลได้ส่วนใหญ่ แต่ช่วงครึ่งหลัง แอต.มาดริด พอได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาบ้างจากจังหวะสวนกลับมีลุ้นยิงประตูมากขึ้นต่างจากครึ่งแรก

ความยอดเยี่ยมของ ยาน โอบลัค คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ แอต.มาดริด ยังอยู่ในเกม ลิเวอร์พูล ยังคงเลือกเจาะตามแผนเดิม โอกาสมีหลายครั้ง หากไม่นับที่ยิงติดเซฟก็มีจังหวะโอเวอร์เฮดคิกของ ซาดิโอ มาเน่ สองครั้งสองครา<a
ภาพรวม 90 นาทีแรก หากเป็นมวย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายออกหมัดคุมเชิง ส่วน แอต.มาดริด ตั้งการ์ดอย่างแข็งแกร่งคอยสวนคืนเป็นช่วงๆ ตามจังหวะ

สกอร์รวม 180 นาที สองเกม จบลง 1-1 ทุกอย่างเท่ากันหมด เวลาอีก 30 นาทีคือช่วงตัดสินหาผู้ที่ดีกว่าเข้ารอบต่อไป

การโจมตีทางกราบขวาของ ลิเวอร์พูล บรรลุผลอีกครั้ง ความยอดเยี่ยมของ ไวนัลดุม ที่เปลี่ยนจากคนโขกมาเป็นคนเปิด คราวนี้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยืนรอโหม่งเหน่งๆ จังหวะแรกบอลไปชนเสาแต่ก็มาตามซ้ำเข้าไปพร้อมกับเป็นลูกแรกของเขาที่ยิงได้ที่สนาม แอนฟิลด์ ในซีซั่นนี้ ผิดพลาด=ถูกลงโทษ

ขอบคุณที่มา

https://www.siamsport.co.th

สมัครต่อได้ที่

https://www.sportsky88.com

สื่อตีข่าว คล็อปป์ เผยความรู้สึกจังหวะ ไบรท์ตัน ได้ยิงฟรีคิกเร็วจน ลิเวอร์พูล เกือบพลาดคว้าชัย

Ufax10

สื่อตีข่าว คล็อปป์ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เผยความรู้สึกหมดเปลือกในจังหวะที่ทีมเสียประตูให้กับ ไบรท์ตัน ซึ่งผู้ตัดสินปล่อยให้ทีมเยือนยิงเร็ว

สื่อตีข่าว คล็อปป์

สื่อตีข่าว คล็อปป์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำอยู่ 2-0 ผู้รักษาประตู อสิสซอน เบ็คเกอร์ ถูกใบแดงไล่ออก และ ไบรท์ตัน

ก็ได้ยิงฟรีคิกเร็วจากการเป่าโดยผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตกินสัน ทั้งที่นายด่านสำรอง อาเดรียน ยังยืนเช็คไลน์กำแพงอยู่ ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีที่ว่าทีมหงส์แดงยังคว้าชัยไปได้ 2-1

“เราต้องส่งผู้รักษาประตูที่นั่งแข็งอยู่ลงสนาม ทุกๆ คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ยังไม่ได้วอร์มอัพกันเลย และคุณก็คงจินตนาการได้ว่ามันเป็นอย่างไรที่ต้องสวมกางเกงขาสั้น, เสื้อแข่งตัวบางๆ

และถุงมือมันก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำให้คุณรู้สึกอุ่น แถมหลังจากนั้นก็มีใครบางคนปล่อยให้ยิงฟรีคิก” คล็อปป์ กล่าว

“คุณคงมองว่ามันเป็นอะไรที่งี่เง่าเล็กน้อยในตอนนั้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่คุณต้องยอมรับ เราพยายามต่อสู้กันเต็มที่ และ อาเดรียน ก็ช่วยเซฟจังหวะสวยๆ ให้กับเรา 2 ครั้ง รวมถึงลูกครอสด้วย แม้ว่าเท้าของเขาจะค่อนข้างเย็นจนทำให้เตะบอลได้ไม่ไกลอย่างที่ต้องการก็ตาม”

“มันทำให้เกมมันน่าตื่นเต้นขึ้นบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งสำคัญก็คือเราคว้าชัยชนะกันได้ นั่นแหละคือสิ่งที่เราทำ และผมก็ปลาบปลื้มกับมันมาก”

สำหรับ ลิเวอร์พูล ตอนนี้นำโด่งเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก โดยมีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 2 คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 11 แต้ม แต่ทีมหลังนั้นจะมีโปรแกรมลงสนามในวันอาทิตย์ โดยเปิดบ้านพบ เอฟเวอร์ตัน

ขอบคุณข่าว : https://mthai.com/

สนใจสมัคร ติดต่อ : http://www.sportsky88.com/

สื่อตีข่าว เมสซี่

Ufax10

สื่อตีข่าว เมสซี่ ว่าจ้างทนายพร้อมออกเงิน 4 ล้านยูโร ประกันตัว โรนัลดินโญ่

สื่อตีข่าว เมสซี่

สื่อตีข่าว เมสซี่ ดาวเตะ บาร์เซโลนา ว่าจ้างทนายความ พร้อมจ่ายเงินจำนวน 4 ล้านยูโร เพื่อเป็นค่าประกันตัว โรนัลดินโญ่ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่โดนตำรวจปารากวัยจับกุมข้อหาใช้พาสปอร์ตปลอม

โรนัลดินโญ่ ถูกตำรวจปารากวัยควบคุมตัว เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ณ ยัง รีสอร์ท ยอชต์ แอนด์ กอล์ฟ คลับ ปารากัวโย่ พร้อมกับ โรแบร์โต้ เดอ แอสซิส พี่ชายของเขา หลังตรวจสอบพบว่าทั้งคู่มีการใช้พาสปอร์ตปลอมเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งในหนังสือเดินทางระบุว่าทั้งสองพี่น้องถือสัญชาติปารากวัย

จากการรายงานของ TeamTalk และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ รายงานตรงกันว่า ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา พร้อมให้ความช่วยเหลือ โรนัลดินโญ่ อดีตเพื่อนร่วมทีม บาร์เซโลนา ของเขา โดยได้มีการว่างจ้างทีมทนายความในการต่อสู้คดี พร้อมช่วยออกเงินค่าประกันตัวอีก 4 ล้านยูโร ให้กับตำนานทีมชาติบราซิล

ถ้ารายงานดังกล่าวถูกต้อง นี่ถือเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกอบอุ่น และผูกพันธ์ระหว่างสองนักเตะที่เล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา และยังเป็นการแสดงถึงความเคารพของดาวเตะ บาร์เซโลนา ที่มีต่อ โรนัลดินโญ่ อีกด้วย ในช่วงเวลาที่ทั้งคู่เล่นร่วมกันที่ทีมเจ้าบุญทุ่มนั้น เหยินน้อย ถือเป็นนักเตะที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น ส่วน เมสซี่ เพิ่งจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงคนหนึ่ง

ขอบคุณข่าว : www.kapook.com

สนใจสมัคร ติดต่อ : sportsky88.com

เนื้อหอม2ทีมดัง ร่วมวงสนแวร์เนอร์

เนื้อหอม2ทีมดัง ร่วมวงสนแวร์เนอร์

เนื้อหอม2ทีมดัง

เนื้อหอม2ทีมดัง มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อของแคว้นกาตาลุนย่า ระบุ บาร์เซโลน่า กับ อินเตอร์ ลงมาร่วมวงล่า ติโม แวร์เนอร์ ด้วย ขณะที่ บิลด์ บอกว่า ลิเวอร์พูล ตั้งใจจะซื้อเขาแล้วปล่อยให้ ไลป์ซิก ยืมตัวไปใช้งานก่อน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน และ อินเตอร์ มิลาน ทีมดังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ร่วมให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก ไปเสริมแกร่ง ตามรายงานของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

แวร์เนอร์ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ ไลป์ซิก อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ได้รับคำชมจากหลายฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล คือทีมที่ตกเป็นข่าวกับเขามากที่สุด โดยว่ากันว่าดาวเตะชาวเยอรมันก็อยากย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” อย่างมากด้วย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.siamsport.co.th

ติดตามข่าวสารกีฬา : https://www.sportsky88.com

 

ข่าวกีฬา ดอร์ทมุนด์

ข่าวกีฬา ดอร์ทมุนด์

ข่าวกีฬา ดอร์ทมุนด์ มีวิธีเจรจาอย่างไร จึงได้ดาวรุ่งฝีเท้าดีร่วมทีมไม่ขาดสาย?

UFAX10

ข่าวกีฬา ดอร์ทมุนด์ เออร์ลิง ฮาลันด์ ถูกสโมสรระดับท็อปมากกว่า 10 สโมสรรุมแย่งตัว แต่สุดท้ายเขาเลือก ดอร์ทมุนด์…

2 ปีก่อน จาดอน ซานโช่ ถูกกุนซือที่ดีที่สุดในโลกอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขอร้องให้ต่อสัญญากับ แมนฯ ซิตี้ แต่เขาก็ปฎิเสธ และเลือก ดอร์ทมุนด์ เหมือนกันกับ ฮาลันด์

นี่คือตัวอย่างที่ยกมาแค่ 2 เคสเท่านั้นที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังแห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน สามารถปิดดีลกับดาวรุ่งฝีเท้าดีได้ในราคาถูกแสนถูก … เมื่อถึงเวลาพวกเขาจะขายเพื่อทำเงิน และซื้อนักเตะดาวรุ่งด้วยวิธีเดิมเข้ามาใหม่ วนไปวนมาอย่างนี้

อะไรที่ทำให้ระบบการซื้อ-ขายนักเตะของเสือเหลืองเฉียบขาด ปิดเกมไว เซอร์ไพรส์ได้เสมอ … ติดตามได้ที่นี่

ไม่เจ็บ… ไม่รู้สึก

ว่ากันว่าบทเรียนที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเรียนรู้จากหลักสูตรใดหรืออาจารย์คนไหน หากแต่คือการที่เราได้รู้จักเจ็บด้วยตัวเอง… และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการเจ็บก็คือ เราจะจำมันอย่างแม่นยำ และรู้ว่าต้องทำอย่างไรที่จะไม่ให้เรื่องราวที่ผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งกับชีวิต

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือหนึ่งในสโมสรที่ได้รับบทเรียนนั้น เมื่อวันหนึ่งพวกเขากลายเป็นนกน้อยที่หวังจะสร้างรังที่เทียบเท่ากับพญาอินทรี … พวกเขาแหงนหน้าขึ้นมองทีมที่อยู่เหนือขึ้นไปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจของแท้และดั้งเดิมแห่งวงการลูกหนังแดนอินทรีเหล็ก และเชื่อว่าสามารถก้าวข้ามจุดนั้นได้ด้วยการ “ทุ่มทุน” สำหรับนักเตะระดับคุณภาพที่สามารถใช้งานได้ทันที

โทมัส โรซิคกี้ 15 ล้านปอนด์, เอวานิลสัน 15 ล้านปอนด์ รวมถึงเหล่าแข้งอย่าง แยน โคลเลอร์, เอเวอร์ตัน, ซันเดย์ โอลิเซห์, เฟร็ดดี้ โบบิช และอีกมากมาย คือเหล่านักเตะที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการเพิ่มศักยภาพให้ทีมโดยด่วนที่สุดในช่วงยุค 2000’s

หากจะพูดให้ถูกคือพวกเขาคิดถูกแค่ครึ่งเดียว พวกเขาสามารถเอาชนะ บาเยิร์น ได้จริงด้วยการคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา ในฤดูกาล 2001-02 ทว่าพวกเขาลืมคิดถึง “ทางยาว” นั่นคือจะเอาอย่างไรต่อหลังจากนั้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการตกหลุมพรางของทีมจอมทุ่มหน้าใหม่ เพราะหลังจากที่คว้าแชมป์ครั้งนั้นได้ พวกเขาไม่สามารถยืนระยะได้เหมือนกับที่ บาเยิร์น ทำ ดังนั้นแชมป์บุนเดสลีกาของ ดอร์ทมุนด์ ครั้งนั้น จึงเป็นเหมือนอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ถึงแม้จะทำให้ได้กินของอร่อยในระยะเวลาที่รวดเร็ว แต่ปลายทางคือจุดเริ่มต้นของโรคร้ายที่มาจากอาหารขยะเหล่านั้น

“เราเกือบจะล้มละลายแล้วจริงๆ ในเวลานั้น มันใกล้เคียงกับคำนั้นมากๆ” มิชาเอล ซอร์ก ผอ.กีฬาของดอร์ทมุนด์ ที่ครั้งหนึ่งคือตำนานนักเตะของทีมว่าไว้ในช่วงปี 2004

ณ เวลานั้นมูลค่าหุ้นของ ดอร์ทมุนด์ ตกลงถึงร้อยละ 80 จากผลงานที่ย่ำแย่และผลประกอบการที่เสียมากกว่าได้ จนทำให้ผู้ถือหุ้นกว่า 400 คนต้องจัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหามาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ยุทธวิธีแรกคือ นักเตะดอร์ทมุนด์ในตอนนั้นต้องยอมลดค่าเหนือยลงมาร้อยละ 20 จากที่เคยได้ นอกจากนี้เสือเหลือง ต้องขายชื่อสนาม เวสต์ฟาเลน สตาดิโอน เปลี่ยนเป็น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ตามชื่อบริษัทประกันท้องถิ่นที่เข้ามาสนับสนุนการเงินของสโมสร…

ขอบคุณข่าว : https://www.sanook.com/
สนใจสมัคร ติดต่อ : https://www.sportsky88.com/

อดไร้พ่ายแล้วไง ลิเวอร์พูลทำสถิติใหม่หากเอาชนะบอร์นมัธ

อดไร้พ่ายแล้วไง ลิเวอร์พูลทำสถิติใหม่หากเอาชนะบอร์นมัธ

อดไร้พ่ายแล้วไง

อดไร้พ่ายแล้วไง

ถ้าเกิด ลิเวอร์พูล สามารถเปิด แอนฟิลด์ ชนะ บอร์นมัธ ในวันเสาร์นี้ได้ พวกเขาก็จะเป็นทีมที่ชนะเกมลีกสูงสุดของอังกฤษในบ้านของตัวเองมากที่สุดแบบเดี่ยวๆ หลังจากตอนนี้ครองสถิติดังกล่าวร่วมกับ “หงส์แดง” ยุคของ บิลล์ แชงค์ลี่ย์   ลิเวอร์พูล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่ชนะเกมลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษในบ้านของตัวเองมากที่สุดตลอดกาลแบบเดี่ยวๆ ด้วยจำนวน 22 นัดติดต่อกัน ถ้าหากพวกเขาเปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ บอร์นมัธ ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้ได้

ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีผลงานแย่ลงในช่วงที่ผ่านมา หลังจากแพ้ถึง 3 ใน 4 เกมหลังสุดของทุกรายการ และพวกเขาก็เพิ่งถูกหยุดสถิติไร้พ่ายในลีกเอาไว้ที่ 44 นัด จากการแพ้ วัตฟอร์ด 0-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาด้วย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบัน ครองสถิติชนะเกมลีกสูงสุดที่บ้านของตัวเองมากที่สุดร่วมกับ ลิเวอร์พูล ชุดของ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ด้วยจำนวน 21 นัด โดยสถิติของทีมชุด แชงค์ลี่ย์ เกิดขึ้นในปี 1972 ส่วนครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ไม่ชนะเกมลีกใน แอนฟิลด์ นั้น ต้องย้อนไปถึงเกมเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เมื่อวันที่ 30 มกราคม ปีก่อนเลย

สำหรับ ลิเวอร์พูล นั้น มีสถิติที่สุดยอดในการเจอกับ บอร์นมัธ ในลีก เพราะพวกเขาชนะอีกฝ่ายได้ทั้ง 5 นัดหลังสุดที่เจอกัน โดยที่ทำได้ 17 ประตู และไม่เคยเสียประตูให้กับทัพ “เดอะ เชอร์รี่ส์” เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.siamsport.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ :https://www.sportsky88.com

ร่วมสนุกกับเกมส์การแข่งขัน :www.ufabet911.com

 

สื่อข่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล็งสอย ซานโช่ คืนรังคำรบ 2

สื่อข่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าวหวังคว้าตัว จาดอน ซานโช่ แนวรุกพรสวรรค์ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กลับมาอยู่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เป็นรอบที่ 2

สื่อข่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สื่อข่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาย ซานโช่ ออกจากทีมให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยเม็ดเงินเพียง 8 ล้านปอนด์เมื่อปี 2017 ทว่าแข้งรายนี้กลับฉายแสงอย่างมากในการค้าแข้งที่เยอรมัน

โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ทำไปแล้ว 10 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์จากการลงสนาม 21 นัดรวมทุกรายการ จนมีข่าวว่าเจ้าตัวได้รับความสนใจจากหลายทีมดังของยุโรป ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดลิเวอร์พูล และเชลซี

นอกจากนั้นจากการที่ ซานโช่ มีปัญหาขัดแย้งกับ ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช “เสือเหลือง” ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้เล่นวัย 19 ปีจะย้ายสังกัด

ทว่าล่าสุด “เมล์ ออนไลน์” ได้เปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นอีกทีมที่อยากจะได้ตัว ซานโช่ มาเสริมแกร่งเช่นกันในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์หน้า

ซึ่งพวกเขาเตรียมยื่น 2 ข้อเสนอที่ดึงดูดใจให้กับแนวรุกผู้นี้กลับมาเล่นในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม อีกครั้ง นั่นก็คือ การได้ร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือ รวมไปถึงการที่จะการันตีตำแหน่งตัวจริงในทีมให้กับ ซานโช่ อีกด้วย

 

ขอบคุณข่าว : https://mthai.com/

สนใจสมัคร ติดต่อ : http://www.sportsky88.com/

สื่อตีข่าว อาร์เซน่อล โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ปราการ

UFAX10

สื่อตีข่าว อาร์เซน่อล หลัง อาร์เซน่อล ระบุอาจตัดสินใจอำลาทีมหลังจบซีซั่นนี้ หากยังต้องทนเป็นตัวสำรอง ลั่นไม่แคร์เรื่องสัญญาที่เหลืออายุถึงปีหน้า

UFAX10

สื่อตีข่าว อาร์เซน่อล โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส เซนเตอร์แบ็กชาวกรีซของ อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า ตนพร้อมที่จะเก็บข้าวของอำลาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาลนี้ ถ้าหากยังคงถูกดร็อปเป็นตัวสำรองอย่างต่อเนื่อง

โซคราติส เป็นคนทำประตูขึ้นนำ 1-0 ให้ทีมในเกม เอฟเอ คัพ รอบห้า ที่ทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” บุกไปเอาชนะ พอร์ทสมัธ 2-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวหลุดจากทีมตัวจริงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเกมที่ผ่านมา ภายใต้การนำทัพของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า โดยที่ ดาวิด ลุยซ์ กับ ชโคดราน มุสตาฟี่ มักจะได้สตาร์ตเป็นตัวจริงคู่กัน

ถึงแม้เหลือสัญญากับ อาร์เซน่อล ถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แต่ โซคราติส แย้มว่า อาจจะตัดสินใจอำลาทีมช่วงซัมเมอร์นี้เลย หากรู้สึกไม่มีความสุขกับต้นสังกัด

  “ผมเองก็ไม่รู้” ปราการหลังทีมชาติกรีซวัย 31 ปี ตอบชัด หลังถูกถามถึงเรื่องอนาคต “ผมเหลือสัญญาอีกหนึ่งปี แต่สำหรับผม ผมไม่ใช่นักเตะที่ยึดติดกับสัญญา ผมไม่ต้องการแบบนั้น”

    “ผมไม่สนเลย เพราะถ้าผมไม่แฮปปี้, ผมไม่ได้เล่นมากพอ หรือโค้ชไม่ชอบผม ผมไม่แคร์เรื่องสัญญาเลยจริงๆ สำหรับผม เรื่องเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ ความรู้สึกที่ดีต่างหากที่สำคัญ หลังจบฤดูกาลเราจะได้รู้กัน แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ผมไม่ใช่นักเตะที่ขึ้นอยู่กับสัญญา”

ทั้งนี้ โซคราติส ซึ่งย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ลงเล่นให้ อาร์เซน่อล ไปแล้วทั้งสิ้น 66 นัด ทำได้ 6 ประตู

 

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sportsky88.com